เรียนคำศัพท์ที่ใช้กันในโรงแรม (ไม่ยาก อ่านง่ายมาก 5 คำพอ)

ในวงการโรงแรมจะมีศัพท์ภาษาที่ใช้กันในวงการ หลักๆจะนำมาจากภาษาอังกฤษ บางโรงแรมเรียกทับศัพท์ไปเลย บางแห่งก็อาจจะมีคำเฉพาะไว้คุยกัน แต่โดยมากก็ใช้เหมือนกันครับ จริงๆมีเยอะมาก เราคัดมาที่ใช้และที่เห็นในการทำงานกับแวดวงการตลาดออนไลน์นะครับ

Allotment
หมายถึงห้องพักในโรงแรมที่มีการซื้อและถือครองจำนวนห้องโดยผู้จัดจำหน่ายเช่น Online Travel Agency, บริษัททัวร์ที่โรงแรมมี contract หรือตัวแทนการท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่ง Allotment นั้นปกติจะต้องมีการจัดสรรให้ลงตัว เพราะจำนวนห้องมีจำกัด
ตัวอย่าง โรงแรม WEsia มีจำนวนแบบห้องดีลักซ์ทั้งหมด 10 ห้อง เลยแบ่ง Allotment ให้บริษัททัวร์ไป 3 ห้องต่อวัน OTA 5 ห้องต่อวัน และเหลือไว้ 2 ห้องเผื่อสำหรับลูกค้าที่อาจจะ walk in เข้ามา หากวันนี้ไม่มีลูกค้าจองเข้ามาจากบริษัททัวร์ พนักงานก็จะทราบว่าเหลือ Allotment ว่าง 3 ห้อง ให้รีบเอาไปทำโปรโมชั่นของวันนี้ เป็นต้น

Blocked date
หมายถึงการบล็อกห้องที่ไม่พร้อมใช้งานไว้ ซึ่งสาเหตุอาจอาจจะมาจากเรื่องต้องทำความสะอาดหรือวานซ่อมบำรุง หากเราไม่บล็อกห้องไว้ก็อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาด มีการขายห้องนั้นขึ้นมาโดยที่ลืมหรือไม่ได้แจ้งที่ Front desk ลูกค้าได้ห้องที่ไม่สมบูรณ์ นั่นคือปัญหาที่ต้องแก้กันเหนื่อยเลยครับ

Cancellation policy
ตามตัวเลยครับ มันคือการยกเลิกการจอง ความแตกต่างของนโยบายการยกเลิก จะมีแบบที่ยืดหยุ่นและไม่ยืดหยุ่น แบบยืดหยุ่น หรือ Flexible จะต้องแจ้งลูกค้าด้วยว่า ลูกค้าสามารถยกเลิกการจองได้ก่อนวันเข้าพักกี่วัน
ซึ่งผลของการตั้งไอ้ตัวการยกเลิกนี้ ปัจจุบันมีผลกับการตัดสินใจว่าจะจองหรือไม่จองค่อนข้างมาก ยิ่งโรงแรมที่ตั้งนโยบายให้ลูกค้าสามารถยกเลิกการจองได้ใกล้วันเข้าพักมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้รับความสนใจมาก เช่น ให้สามารถยกเลิกการจองได้ก่อนเข้าพัก 3 วัน จะน่าสนใจกว่า ให้ยกเลิกการจองก่อนเข้าพัก 7 วัน และแบบแรกก็จะมีราคาที่สูงกว่า
ส่วนอีกรูปแบบคือ ยกเลิกการจองแบบไม่ยืดหยุ่น หมายถึงห้ามยกเลิกการจองนั่นเอง หากลูกค้าต้องการยกเลิกจะต้องเสียเงินค่าจองห้องพัก นโยบายนี้มีข้อดีคือโรงแรมจะได้เงินมัดจำแน่ๆ แต่ข้อเสียคือลูกค้าจะรู้สึกถูกเอาเปรียบ จึงควรใช้เฉพาะช่วงวันที่มีความต้องการที่พักสูงมากๆเช่นช่วงเทศกาล หรือช่วงอีเวนต์สำคัญๆในพื้นที่นั้น

Children policy
คือโยบายของโรงแรมที่ต้องแจ้งเกี่ยวกับการให้เด็กพักห้องเดียวกับผู้ปกครอง โดยจะแจ้งว่า เด็กในช่วงอายุไหนให้พักกับผู้ปกครองฟรี และช่วงอายุไหนที่จะต้องเสียเงินเพิ่มเติม เงินที่ต้องเพิ่มคือค่าใช้จ่ายสำหรับที่นอนเสริมหรือค่าอาหารเช้า ที่พักบางแห่งอาจจะรับเฉพาะผู้เข้าพักที่เป็นผู้ใหญ่ ก็จะต้องแจ้งนโยบายในส่วนนี้ว่า “ผู้ใหญ่เท่านั้น” ส่วนใหญ่จะเป็นที่พักแนว Hostel ที่ต้องนอนรวมกันหลายคนในห้องเดียวครับ

CompSet
ถ้าแปลตรงๆก็คือชุดแข่งขันหรือคู่แข่งนั่นเองครับ โดยจะมีโรงแรมที่เราเลือกให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับโรงแรมของเราเอง จำนวนเท่าไหร่นั้นก็แล้วแต่ความละเอียดและจำนวนคู่แข่งในพื้นที่ของเรา บางคนอาจจะอยากเปรียบเทียบกับคู่แข่ง 10 แห่งรอบๆรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร หรือบางคนจะเปรียบเทียบตามระดับของที่พัก เช่น ต้องการเปรียบเทียบกับที่พักระดับโรงแรม 3 ดาวในโลเคชั่นนั้นๆ การเปรียบเทียบนั้นก็เพื่อนำมาประเมินว่าโรงแรมที่พักของเราจะสามารถต่อสู้ด้านราคาและประสิทธิภาพกับคู่แข่งได้หรือไม่ เพื่อมั่นใจในเรื่องการตั้งราคาและการมองเห็นใน OTA


เรียบเรียงและเพิ่มเติมจาก sabeeapp.com / ภาพประกอบจาก unsplash.com


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here